หลังจากแวะเวียนไปๆ มาๆ ที่ Philadelphia..

อ้อ..ลืมบอกไปว่าที่ Office พี่มั่นแกทำงานอยู่น่ะ ชื่อ Philadelphia

มีพี่คนนึงเค้าถูกเรียกว่า เป็นมือหนึ่งของศิลปินประจำโบสถ์เรา ชื่อพี่วัฒน์

พี่วัฒน์เป็นศิษย์เก่าศิลปากร เค้าจะถนัดเรื่องอาร์ตมากๆ โดยเฉพาะ รูปคนเหมือน

ส่วนผม จะหนักไปทางรูปเหมือนคน ซะมากกว่า

พี่แกวาดการ์ตูนล้อเลียนด้วย คนยุคนั้นคงคุ้นเคยกะการ์ตูนล้อเลียนดี

และถ้าเอ่ยชื่อหนังสือ "ปลื้ม" มาแล้ว ตอนนั้นใครที่เรียนอาร์ตแล้วไม่รู้จักเล่มนี้

แสดงว่าเพิ่งหัดวาดรูปทะเล ทุ่งนา กองฟาง ภูเขา อยู่มั้ง อิอิ

ยังไม่บรรลุถึงสัจธรรมในนามศิลปินกลิ่นสีและกาวแป้ง ชื่อหนังที่เกี่ยวข้องกับที่มา

ของพวกพี่ๆเค้า สารภาพมาซะดีๆ ว่ารู้จักหนังเรื่องนี้ จะได้วางใจได้หน่อยว่า

มีคนร่วมยุคกะเราอยู่ด้วย..

เอาเป็นว่า มาที่นี่บ่อยๆ ก็เลยพลอยได้ความรู้หลายๆเรื่องจากพี่วัฒน์เค้าไปด้วย

เพราะนอกจากพี่แกจะเก่งอาร์ตด้วยแล้ว ยังเข้าขั้นเทพฯ เรื่องคอมพ์กราฟฟิกอีกด้วย

เคยได้ฟังเรื่องเล่าจากปากพี่ท่านว่า ก่อนกาลกำเนิด เกิด Photoshop

พี่ท่านก็ Retouch รูป ด้วยโปรแกรม MacroMind Director คุ้นๆ ชื่อกันมั้ย

Director

ถ้ายังนึกไม่ออก มันคือปู่ทวดของ Macromedia Director และ Adobe Director

โปรแกรมสุดยอด Multimedia Authoring ที่นิยมมาใช้ทำ Multimedia Interactive CD Rom

หรือ Games หลายๆตัว ...เคยเล่น Zuma กันมั้ยล่ะ นั่นแหละ อ้าว ไม่รู้จัก Zuma เหรอ..

'โทษที นึกว่ามันเป็นเกมดังซะอีก เอาเป็นว่าใครอยากรู้จักก็ถาม อาจารย์กู (Google) ละกัน

เจ้าโปรแกรม Director มันมี หน้าต่างสำหรับ Paint ด้วย มันก็เลยแต่งภาพได้ด้วย

แต่ก็ได้ระดับนึง ไม่ได้ละเอียดมาก จะเอาอะไรกะยุคนั้น แค่มันทำได้นี่ก็เจ๋งแล้ว

นี่แหละที่มาของการ Retouch ด้วย Software ที่ไม่ได้เกี่ยวกะแต่งภาพอารายเล๊ย

ถ้าพูดถึงเรื่อง Retouch ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักพี่โฟร์ หรือ Photoshop

ทั้งๆที่ Software ที่ทำได้แบบนี้ มีตั้งมากมาย ที่ใช้ฟรีและมีแจก พร้อมคู่มือ อย่าง Gimp

ก็ทำได้ไม่แพ้กัน ช่วงแรกๆ ใน Version แรกๆ ของ Macromedia เค้าก็มีโปรแกรมนะ

xRes

หน้าตาเหมือนพี่โฟร์นี่เลยชื่อว่า xRes ใช้งานเหมือนกันเลย ดูเหมือนว่ามันเร็วกว่าพี่โฟร์ด้วยนะ

สงสัยว่าจะโคลนนิ่งกันมาเลย เพราะแม้แต่ Plugin ยังเอาของพี่โฟร์ไปใส่ได้อีกตะหาก

ความเร็ว ยิ่งทำงานกะไฟล์ใหญ่ๆ นี่ เห็นชัดเลยว่า Preview เร็วกว่ามาก ...อ้อ ตรงนี้ต้องบอกว่า

ในสมัยนั้น Photoshop มันไม่ได้ Preview เร็วเหมือนสมัยนี้นะช้ามากกกกกกกกก

เลื่อนรูปทีนึง ก็รอจนกว่ามันจะแสดงภาพบนหน้าจอเสร็จ

ไม่ได้เห็น Effect แบบ RialTime เหมือนสมัยนี้หรอก จะขยัน Save ก็ยังคิดแล้วคิดอีก

เพราะบางทีสั่ง Save แล้ว ออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวลุงชัยข้างป้ายรถเมลล์ กลับมาแล้ว...

พี่โฟร์ยังทำงานไม่เสร็จเลยยัง Save กันอยู่นั่นแหละ

ใครเล่นกีต้าร์ไม่เป็น จะเอามาหัดเล่นระหว่าง Save งาน ไม่นานก็เล่นเป็น เชื่อเต๊อะ..

Photoshop

....กลับไปที่ Office ผมมั่ง หลังจากวนเวียนไปมากะที่มาของพี่โฟร์

Wowwwwwwwww....ใน Studio ถ่ายภาพ เฮียฮุยเจ้าของโรงพิมพ์แกไม่ตกเทรน

เห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยซื้อ Mac มาใช้ตัวนึง ถ้าจำไม่ผิด เป็น Performa 5200 มั้ง

Performa 5200

 

 

 

ถ้ารุ่นนี้ก็ 75 MHz Ram 8-16 MB HD เท่าไหร่หว่า ไม่รู้

ที่รู้ก็ประมาณนี้ เฮียแกรู้ว่าเราใช้คอมพ์เป็นแล้ว แกก็คงรู้แค่นั้นแหละ

แล้วแกก็คงเข้าใจว่าเราใช้ Photoshop เป็น 555 ป่าวเลย

ที่ใช้เป็นก็แค่ Illustrator วาดรูป ..ในเครื่องมันมี Photoshop ด้วย ก็เลยขอใช้

ขอลองหน่อย งั้นเหอะ เผื่อจะเป็นการพัฒนางานไปอีกระดับนึง...แล้วเฮียก็สนับสนุนเลย

ให้งานแต่งภาพมาเลยครับท่าน เป็นภาพรถยนต์ ในโปรแกรมมันก็มีเครื่องมือ

หน้าตา Icon ก็เหมือนอุปกรณ์บนโต๊ะทำงานเรานั่นแหละ เอาวะ เข้าใจไม่ยาก

แต่ที่ยากก็คือตอน Save งาน คือยังไม่เข้าใจเรื่องความละเอียดภาพว่ามีผลอะไรยังงัยบ้าง

ผลก็คือ ตั้งค่าความละเอียดซะแค่ 72 dpi เพราะไปอ้างอิงเอากะไอ้แถบไม้บรรทัดหน้าจอซะงั้น

...เฮ้ย ทำไมแต่งภาพแล้วดูมันไม่ชัดเลยหว่า...

มาเข้าใจเอาก็ตอนมาคุยกะพี่วัฒน์นั่นแหละ ถึงได้ตั้งความละเอียดให้พอเหมาะกับการทำงาน

ได้ลองเล่นไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจเครื่องมือแต่ละอย่าง อืม เราไม่เพียงแต่ลบ Background นะ

แต่ยังเอา Background ส่วนที่ขาด กลับมาได้ด้วย Stamp ...Wow..เจ๋งดี

ครับ อย่างที่บอก พอถึงเวลา Save ก็ไปพักกินข้าวกันได้เลย

ช่วงนั้นก็ลองเล่นหลายๆอย่าง ทำความเข้าใจ การปรับ Channel

การ Select พื้นที่ภาพยังงัยให้มันได้ดังใจ..คือสมัยนั้นเป็น Photoshop 2.0 อ่ะ มันไม่มี Layer

จะซ้อนภาพ ตัดภาพ ต่อภาพ ก็ต้องพึ่ง Channel นี่แหละ ต่อมาไม่นานมันก็มี Photoshop 2.5

โอ...มันเยี่ยมมากเลยพี่น้อง...มี Layer ด้วย...เจ๋งๆๆๆๆ..

เจ๋งๆๆๆ เจ๊งๆๆๆ กันก็คราวนี้ เพราะไม่รู้ว่าพอ Save เป็น JPEG แล้ว Layer มันจะหาย

ก็เพราะตอนนั้น เห็นว่าพอ Save เป็นไฟล์ Photoshop แล้วมันไฟล์ใหญ่

แต่ JPEG มันเล็กกว่าเยอะเลยนะ ....อืม...เอาวะ เก็บไฟล์เป็นตัวนี้ละกัน เล็กดี

....วันต่อมา เปิดไฟล์ดู...เฮ่ย ใครเอา Layer ไมไว้ไหนฟะ...

เผลอแค่วันเดียว Layer มันมารวมกันซะนี่...

ไฟล์ของ Mac มันไม่ต้องมีนามสกุลก็ได้ แล้วไฟล์ภาพอะไร มันก็เป็น Icon ของภาพนั้นเลย

ไม่ต้องใส่นามสกุลให้มัน น่านแหละ ไฟล์อะไรก็ตามที่เป็นรูปภาพ มันก็เลยหน้าตาเหมือนๆกัน

เราก็คิดว่าอย่างอื่นคงเหมือนๆกันแหละ

อย่าว่าแต่ Layer เลย Channel มันก็หายไปด้วย ถ้า Save เป็น JPEG ...

บทเรียนในวันนั้น เพราะเข้าใจผิด มันก็ได้ข้อคิดขึ้นมานะว่า

"อะไรก็ตามที่เราเห็นว่าถูก มันอาจจะผิดก็ได้ อย่ามองแค่สวยงามผิวเผินภายนอก

เพราะภายในอาจจะต่างกันก็ได้..."

...พูดถึงรัยหว่า..555

มาดูหน้าตากล่องเครื่องมือ Photoshop ยุคต่างๆกัน

 ToolBox

เรื่องราวของพี่โฟร์ หรือ Photoshop ยังมีการดำเนินต่อไป แต่วันนี้ก็ง่วงแล้ว

 

โปรดติดตามตอนต่อไปในอีกไม่ช้า...ราตรีสวัสดิ์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet